หลังจากIchi Rittoru no Namida หรือ 1 Litre Of Tears ทั้ง11ตอนออกอากาศไปเมื่อปลายปี2005
วันที่ 5 เมษายน 2007 น้ำตาหนึ่งลิตรตอนพิเศษก็ได้ออกอากาศมาเรียกน้ำตาจากผู้ชมอีกครั้ง
 

ละครเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของเด็กผู้หญิงวัย 15 ปี ชื่อคิโตะ อายะ ซึ่งป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับความผิดปกติ ของระบบประสาีทชื่อ spinocerebellar degeneration ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ จะค่อยๆสูญเสียการควบคุมร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว การเดิน การพูด การกิน สิ่งที่ี่น่ากลัวสำหรับโรคนี้ก็คือ ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แพทย์ทำได้แค่้เพียงพยุงอาการของผู้ป่วยไม่ให้ทรุดหนักลงในเวลาอันรวดเร็วเท่านั้น อายะได้เขียนบันทึกประจำวัน เล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้ จนถึงเวลาที่เธอไม่สามารถจับปากกาได้อีกต่อไป บันทีึกประจำวันของเธอที่ถูกตีพิมพ์ ได้กลายเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยและญาติของผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้เป็นจำนวนมาก
 
Ichi Rittoru no Namida [SP] เป็นเรื่องราวหลังจากอายะได้จากโลกนี้ไปแล้ว
อะโซ ฮารุโตะ ได้ทำงานเป็นคุณหมอในแผนกประสาทวิทยาที่โรงพยาบาลที่อายะเคยรักษาตัวอยู่ และอักโกะน้องสาวของอายะได้เข้ามาทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่แผนกนี้ด้วย
หลังจากการตายของอายะ อะโซ ฮารุโตะกลายเป็นคนเงียบขรึมและดูเหมือนยังคงมีความเศร้าอยู่ตลอดเวลา
 

 

เขาได้รับมอบหมายให้เป็นแพทย์เจ้าของไข้เด็กผู้หญิงวัย 14ปี ชื่อนากาชิม่า มิซึกิ ที่ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาล มิซึกิเป็นโรค spinocerebellar degeneration เช่นเดียวกับอายะ

วันหนึ่งเธอได้รับหนังสือที่อายะเขียนขึ้นจากผู้ป่วยคนหนึ่งในแผนก เธอจึงถามอะโซเกี่ยวกับอายะ

เพราะมิซึกิเกลียดโรงเรียนและไม่มีเพื่อน เธอจึงไม่ยอมรับการรักษา ไม่ยอมทำกายภาพบำบัด ไม่อยากหาย และไม่อยากมีชีวิตอยู่ อะโซจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของอายะ ซึ่่งเป็นคนที่พยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปมากที่สุดให้มิซึกิฟัง

 

 

ม่ว่าจะเป็นเรื่องวันแรกที่พวกเขาพบกัน อุปสรรคที่อายะต้องเจอ ความเข้มแข็งและการมองโลกในแง่ดีของอายะ รวมถึงความเข้าใจและการเป็นกำลังใจให้กันและกันของครอบครัวด้วย

นอกจากครอบครัวของอายะแล้ว คนที่เสียใจกับการจากไปของอายะมากที่สุดคนหนึ่งก็คืออะโซ

เขาบอกกับพ่อแม่ของอายะว่า ถึงตอนนี้เขาก็ยังคงคิดถึงและยังอยากได้ยินเสียงของอายะอยู่ ซึ่งก็เป็นความจริง
ในโทรศัพท์ของเขายังคงมีเบอร์โทรศัพท์ของอายะอยู่ เขายังคงกดเลขหมายนั้นแม้จะรู้ว่าไม่มีทางติดต่ออายะได้อีกต่อไปแล้วก็ตาม
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ฟังเพลงThemesong ได้ที่ http://puki.vox.com/library/audio/6a00e398a61f9a000500e398a652e80004.html


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบมาก
ดีมาก
เกินคำบรรยาย

#1 By moonoif4 (202.149.25.225) on 2008-06-01 20:57

อยากดูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเมื่อไหร่จะฉายที่เมืองไทย

#2 By นานะ (125.27.174.215) on 2008-10-03 13:11